ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจำเป็นแค่ไหน? เคลมอะไรได้บ้าง?

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ โดยที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน หรือเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ อุบัติเหตุจากการทำงาน หรือแม้กระทั่งกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือการทำงานที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี อุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นได้เมื่อเราพลั้งเผลอ และแม้ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างมีสติอยู่เสมอ ก็ยังมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากบุคคลอื่น การทำประกันอุบัติเหตุไว้ จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น จากการมีหลักประกันทางการเงินที่จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเงินชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ 

แล้วอุบัติเหตุทั่วไปคืออะไร

อุบัติเหตุทั่วไป คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เกิดผลที่เราไม่ได้คาดคิด หรือมุ่งหวัง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บหรือความเสียหายทางร่างกาย ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย เช่น การล้ม ไปจนถึงบาดเจ็บหนัก เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต นอกจากความเสียหายต่อร่างกาย เช่น ความเจ็บป่วยจนนำไปสู่ค่ารักษาพยาบาล และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน ซึ่งอาจทำให้ขาดรายได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ในหลาย ๆ กรณี อุบัติเหตุยังก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินได้อีกด้วย

อุบัติเหตุจากการทำงานคืออะไร

อุบัติเหตุจากการทำงาน คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ อันเป็นผลมาจากการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งภายในสถานที่ทำงาน ในระหว่างการปฏิบัติงาน หรือมีความเกี่ยวข้องกับการทำงาน ทำให้บุคคลากรได้รับผลกระทบทั้งด้านทรัพย์สินและสุขภาพ อาทิ การบาดเจ็บ ป่วยเป็นโรค ทุพพลภาพ หรืออาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินขององค์กร และส่งผลต่อบุคคลแวดล้อมทั้งครอบครัว ญาติ ผู้ร่วมงาน ได้อีกด้วย

ถ้ามีประกันอุบัติเหตุ สามารถเคลมอะไรได้บ้าง? 

ผู้เอาประกันภัยสามารถยื่นเคลมประกันอุบัติเหตุ ได้ 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. อุบัติเหตุทั่วไป อาทิ

  • อุบัติเหตุทางรถยนต์ เช่น รถยนต์เฉี่ยวชนคน รถยนต์ชนกันแล้วส่งผลกระทบต่อบุคคล จนทำให้มีรอยขีดข่วน, รอยฟกช้ำ, บาดเจ็บภายใน, กระดูกหัก, ไหล่เจ็บ เป็นต้น
  • อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ เช่น รถล้ม หรือตกจากการนั่งซ้อนท้าย ส่งผลให้เกิดการฟกช้ำ บาดเจ็บ เป็นแผล จนถึงแขนขาหัก หรืออันตรายถึงชีวิต
  • บาดเจ็บจากของมีคม เช่น มีดบาด เดินเหยียบเศษแก้ว เดินชนประตูกระจกแตก
  • ถูกสัตว์กัด ทั้งสัตว์เลี้ยงของเราเอง หรือของคนอื่น และสัตว์อื่น ๆ ที่อาจมาทำอัตรายแก่เรา
  • เดินเตะตู้ โต๊ะหรือสิ่งกีดขวาง จนนิ้วเท้าบาดเจ็บ เป็นแผล ฟกช้ำ เลือดออก เล็บหลุด
  • แผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
  • ลื่นล้ม พบได้บ่อยในเด็กและผู้สูงวัย มีตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย ๆ ไปจนถึงรุนแรง
  • ชาร์จแบตเตอรี่แล้วเกิดระเบิด นอนเล่นโทรศัพท์มือถือ แล้วตกใส่หน้า จมูกหัก ฟันแตก
  • ก้างปลาติดคอ
  • ที่หนีบผมร้อน ๆ พลาดโดนใบหู

2. อุบัติเหตุจากการทำงาน ที่เกิดในสถานที่ทำงาน หรือระหว่างการปฏิบัติงาน อาทิ

  • การกระแทก เช่น วัตถุหล่นใส่ เดินชนสิ่งกีดขวาง หรืออุบัติเหตุจากเครื่องจักร เป็นต้น
  • หนีบดึง สัมผัสอุปกรณ์เครื่องมือที่หมุนแล้วอวัยวะบางส่วนเข้าไปติด
  • บาดเจ็บจากของมีคม เช่น กรรไกร มีดคัตเตอร์ และเครื่องตัดกระดาษ เป็นต้น
  • ตกจากที่สูง จากงานก่อสร้างที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่นอกตัวอาคารสูง หรือตกบันได
  • ลื่นหรือสะดุดล้ม อาจไม่รุนแรง แต่สำหรับผู้ที่กระดูกไม่แข็งแรง หรือวัยกลางคนก็อาจส่งผลรุนแรงได้
  • ทำงานซ้ำท่าเดิม จนกล้ามเนื้อใช้งานหนักและเกิดการฉีกขาด
  • สาเหตุจากยานพาหนะ เครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ และผู้ขับขี่มีปัญหาสุขภาพ
  • กระแสไฟฟ้าดูด จากอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า ที่ไม่ได้มาตรฐานในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • สัมผัสความร้อน จากน้ำร้อน ก๊าซ ของเหลว ของแข็ง ทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังถูกทำลาย

การใช้สิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ถือกรมธรรมประกันอุบัติเหตุ

หลายคนอาจสงสัยว่าหากประสบอุบัติเหตุ แล้วต้องการใช้สิทธิตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ เราต้องเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลภายในกี่ชั่วโมง

โดยหลังเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บอย่างชัดเชน ไม่ว่าจะเป็น บาดแผล ฟกช้ำดำเขียว กระดูกหัก หรืออื่น ๆ ผู้เอาประกันภัย ควรเข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงหรือโดยเร็วที่สุดที่โรงพยาบาลในเครือหรือนอกเครือข่ายบริษัทประกันภัย และต้องขอใบรับรองแพทย์เพื่อให้แพทย์ยืนยันว่าเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน สิ่งสำคัญคือการโทรแจ้งเบอร์ฉุกเฉินทันที เช่น 1669 หรือ 191 เพื่อขอความช่วยเหลือและ รวมทั้งขอเอกสารอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกันต่อไปในภายหลัง

เอกสารสำหรับเคลมค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนอกเครือข่ายหรือกรณีที่ได้สำรองจ่ายไปก่อน ผู้เอาประกันภัยต้องรวบรวมเอกสารและหลักฐานค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ เพื่อยื่นเคลมกับบริษัทประกันภัย ดังนี้

  • แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ซึ่งสามารถขอได้จากเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยในภายหลังได้
  • ใบรายงานแพทย์หรือใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการสำคัญ ผลตรวจวินิจฉัย และวิธีการรักษา ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญมาก ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งเจ้าหน้าโรงพยาบาลที่รับเรื่อง ให้ทราบว่าต้องการเอกสารเพื่อยื่นเคลมกับบริษัทประกันภัย หากมีการเอกซเรย์ต้องนำผลเอกซเรย์, CT scan, MRI แนบไปด้วย
  • ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับที่แสดงรายการค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาล เมื่อจ่ายค่ารักษาเรียบร้อยแล้ว เก็บเอกสารไว้ให้ดี เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นในการเรียกร้องสินไหม
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัยที่ตรงกับข้อมูลตามกรมธรรม์ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เอาประกันภัยสำหรับรับเงินเคลมประกัน

ขั้นตอนการเคลมประกันอุบัติเหตุ

ขั้นตอนการแจ้งเคลมและยื่นเอกสารขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัประกันภัยกำหนด

กรณีการใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก

  1. ผู้เอาประกันภัยหรือญาติ แสดงบัตรประกันและบัตรประชาชนแก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนั้น ๆ
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและแจ้งสิทธิตามเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ผู้เอาประกันภัยทราบเบื้องต้น
  3. ผู้เอาประกันภัย เข้ารับการรักษากับโรงพยาบาล เมื่อเรียบร้อยแล้วจะได้รับเอกสารค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปเบิกค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกันภัย
  4. เจ้าหน้าที่ให้ผู้ป่วยเซ็นชื่อในใบเคลมรวมถึงใบแสดงค่าใช้จ่าย เพื่อส่งไปที่บริษัทประกันภัย
  5. หากค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ผู้ป่วยจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง
  6. หากโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาอยู่นอกเครือข่ายบริษัทประกัน ผู้ป่วยต้องรวบรวมนำใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ รวมถึงเอกสารอื่น ๆ เพื่อยื่นเคลมกับบริษัทประกันโดยตรง  ตามที่บริษัทนั้น ๆ กำหนด

กรณีการใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน

  1. ผู้เอาประกันภัยหรือญาติ แสดงบัตรประกันและบัตรประชาชน แก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล
  2. เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะนำเอกสารเคลมพร้อมสำเนาการใช้สิทธิมาให้ผู้ป่วยเซ็นยืนยันการใช้สิทธิตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
  3. หลังเข้ารับการรักษาเรียบร้อยแล้ว เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ เจ้าหน้าที่จะสรุปค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและนำส่งให้บริษัทประกันโดยตรง ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ผู้ป่วยต้องชำระค่ารักษาส่วนเกินเอง
  4. หากความคุ้มครองตามกรมธรรม์ครอบคลุมการชดเชยรายได้ ผู้เอาประกันภัยสามารถเคลมเงินชดเชยรายได้ รายวัน ระหว่างเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุเพิ่มเติมได้ ตามเงื่อนไข

คำแนะนำในการเลือกประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

  • ประเมินจากตัวเราเอง อายุ สุขภาพ อาชีพ ลักษณะงาน และไลฟ์สไตล์ ที่ส่งผลต่อความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน เพื่อประเมินแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม
  • ศึกษาความคุ้มครอง เงื่อนไข ข้อยกเว้นต่าง ๆ ให้รอบคอบ เช่น การเล่นกีฬา และการเดินทางไปต่างประเทศ ของแผนประกันจากหลายบริษัทประกัน เพื่อดูว่าแผนไหนครอบคลุม ตอบโจทย์ที่สุด
  • เปรียบเทียบทุนประกันภัย หากการใช้ชีวิตของเรามีความเสี่ยงสูง อาจให้ความสำคัญกับทุนประกันภัยที่ครอบคลุมมากขึ้น
  • การจ่ายเงินทดแทนต่าง ๆ เช่น หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ต้องสำรองจ่ายก่อนหรือไม่ รวมถึงดูวงเงินผลประโยชน์ที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของเรา เช่น ค่ารักษาพยาบาลเพียงพอตามความต้องการหรือไม่ หรือมีค่าชดเชยรายได้ หากต้องพักรักษาตัวนาน
  • ดูเบี้ยประกันภัย ที่สอดคล้องการเงินของเรา ซึ่งสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันได้โดยไม่เป็นภาระตลอดระยะเวลาการเอาประกันภัย เพื่อให้เราได้รับความคุ้มครองที่ต่อเนื่องตลอดการทำประกัน
  • เลือกแผนประกันที่มีค่าเบี้ยประกันสมดุลกับความคุ้มครองที่ต้องการ เพราะบริษัทประกันภัยจะคำนวณค่าเบี้ยฯ จากความเสี่ยง
  • เลือกจากโรงพยาบาลในเครือข่ายที่ครอบคลุม เช่น สามารถใช้บริการได้ทั่วประเทศหรือไม่ มีโรงพยาบาลคู่สัญญาใกล้ที่ทำงาน หรือใกล้ที่พักหรือไม่ เพื่อให้เราเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง
  • เลือกบริษัทประกันที่น่าเชื่อถือ มีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแรงมั่นคง สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ตาม

แผนประกันอุบัติเหตุมีให้เลือกมากมาย สิ่งสำคัญคือการเลือกแผนที่คุ้มค่ามีความเหมาะสมทั้งผลประโยชน์ที่ครอบคลุมและจ่ายได้แบบสบายกระเป๋า

ประกันอุบัติเหตุ PA Beyond คุ้มครองให้ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มทุนประกัน 1 เท่า สำหรับอุบัติเหตุสาธารณะ พร้อมรับเงินชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล